สัญญาณดี ๆ ที่มีร้านของเก่า ไม่ปลื้ม 28-8-57

สัญญาณดี ๆ ที่มีร้านของเก่า ไม่ปลื้ม 28-8-57

  ผมเฝ้าสังเกตุ พฤติกรรม ในการค้า การขาย ของเหล่าเพื่อนร่วมอาชีพ รับซื้อของเก่า มา  กว่า 17 ปี ว่ามันมีอะไรที่เป็นสัญญาณ   ดี ๆ แต่พี่แก ไม่ชอบไม่ปลื้มกันบ้างเราลองมาดูกัน นะครับ 

1.ต้องรอคิวนาน 

ว่าอันที่จริง ถ้าคุณไปร้านอาหารที่ไหน แล้วมีคนรอคิว กันยาวเหยียด นั่นเป็นสัญญาณดี ที่ชี้แนว ว่าร้านนั้น น่าจะมีอะไรดี ๆ อยู่ รสชาดอาหาร อร่อย ไม่ก็ แม่ค้า สวย หรือ อาเฮียช่างจดช่างจำและบริการลูกค้า ได้ดี ร้านของเก่าเราก็ทำนองเดียวกัน ถ้าคุณเข้าไปขายแล้ว วอวเก โหวงเหวงพอไปถึงปุ๊บ ก็ได้ลงสินค้าปั๊ป สิ่งนี้ อาจจะสะท้อนว่า แหล่งที่คุณขายอยู่ ยังไม่ใช่ผู้นำตลาด ในพื้นที่นี้ ก็เป็นได้ 

2.มีระเบียบข้อปฏิบัติ มากขั้นตอนไปสักหน่อย 

เช่นต้องทำบัตรผ่านเข้า / ออก ต้องแต่งกายสุภาพ บางที่ บางโรงงาน ถึงขั้นต้องมีอุปกรณ์เซฟตี้ ด้วยซ้ำ  ต้องมีเอกสารกำกับ การมารับ/มาส่งสินค้า  ต้องโดนถ่ายภาพ ตอนผ่านเข้าหน้ากล้องวงจรปิด และ อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนั่น มิได้หมายความว่า บริษัท หรือโรงงาน ที่รับซื้อสินค้า อยากจะมาเรื่องมากอะไรกับท่าน แต่เป็นเพราะ บริษัท หรือโรงงานเหล่านั้น ต้องสอบผ่าน มาตรฐาน ที่ถูกต้อง เหมาะสม จาก สวัสดิการคุ้มครองแรงงาน อุตสาหกรรมจังหวัด หรือเข้าระบบ การค้าสากล  ISO  ต่าง ๆ  มามากโข ทีเดียว  หากคุณยอมรับและปรับตัว ก็จะได้เรียนรู้การยกระดับมาตรฐานการค้าของคุณเอง ขึ้นตามมาด้วยกัน

3.การที่ราคารับซื้อไม่ได้แพงมากจนเกินไป 

เช่นเราค้าเศษเหล็ก ระหว่าง ราคารับซื้อ อยู่ที่ 10-11 บาท กับ 15-17 บาท  นั้น เชื่อว่า ลูกค้า อยากได้ราคาขาย 15-17 บาท แน่นอน โดยอาจะลืมไปว่า ราคาที่สูงขนาดนั้น จะกระทบต่อความเป็นปกติสุข ของกิจการอยู่มาก เพราะต้องใช้เงินลงทุน ในการซื้อแข่งกันสูง  กับทั้งเมื่อเกิดการสูญเสีย หรือเสียหาย (Loss) จาก ฝุ่นดิน ฝุ่นสนิม ตามธรรมชาติ ที่จะหลุดล่วง มาจากการยก ย้าย สินค้า  มูลค่าของความเสียหาย ก็จะเป็น กิโลละ 15-17 บาท ตามไปด้วย ทั่ง ๆ ที่ เดิมคุณออกแบบว่า อยากจะมีกำไร กิโลละ   สตางค์ ก็พอแล้ว   ถ้าทุนซื้อ  10 บาท  / 50 สต. ก็คือ 20 เท่า แต่ถ้า ทุนซื้อขาย อยู่ที่ 15 บาท/ 50 สต. ก็คือ 30 เท่า   หมายความว่า ต้องขายของ 30 กิโล ถึงจะได้เงิน เท่ากับที่ซื้อเข้ามา 1 กิโล ด้วย  อีกทั้งราคาขนาด 15 บาท นี่ ยังเหนี่ยวนำให้เกิดความอยากขโมยสินค้าลงขายกลางทาง มากขึ้นด้วย เป็นต้น 

4.การมีเครื่องมือตรวจวัด ที่ทันสมัย

บางโรงงาน มีเครื่องตรวจจับกัมมันตภาพรังสี  เครื่องเอ็กซเรย์วัตถุระเบิด เครื่องตรวจวัดความชื้น   ลูกค้า ร้านของเก่าเรา หลายท่าน มักจะไม่รัก ไม่ชอบ เจ้าเครื่องมือเหล่านี้ เพราะมองว่า ยุ่งยาก ซับซ้อน เสียเวลา ทั้ง ๆ ที่ ว่าอันที่จริง มันเป็นตัว ชี้วัดด้านคุณภาพสินค้า ที่จับต้องได้ มากกว่า การวินิจฉัยไปตามอารมณ์ของผู้ตรวจรับ  เช่นไปส่งกระดาษอัดก้อน เข้าตรงโรงงาน แล้วโดนโรงงานระบุมาว่า กระดาษของเรา เปียก ชื้น 25% 30 % หรือมี ฝุ่นดิน ฝุ่นสนิม เท่านี้ เท่านั้น  หากเราไม่ยอมรับ เครื่องมือตรวจวัด ก็คงต้องยอมรับการตรวจสอบด้วย ระบบโลเล ตามใจฉัน กันต่อไป   ซึ่งในมุมมองของผมแล้ว เห็นว่า เหตุที่การใช้เครื่องมือตรวจวัดนั้น ไม่เป็นที่ยอมรับ น่าจะเป็นเพราะ คนขับรถส่งสินค้า ( ไม่ใช่เจ้าของสินค้า )  เวลา ผู้ตรวจรับทางโรงงาน เรียกให้เข้าไป ดู ไปเป็นสักขีพยาน ในการตรวจสอบสินค้า คนรถ ก็ไม่อยากจะเข้าไปดู เพราะไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยตรง  หนักเข้า นานเข้า  คนตรวจรับเอง ก็เลยไม่เรียกคนรถ ไปดูสินค้า ว่าถูกผ่าตรวจสอบมาแล้ผลเป็นเช่นไร จึง วัดเอง เออเอง ออกรายงานผลการตรวจตัดเอง  โดยไม่มีสักขีพยาน  นานเข้าจึง หมดความหมาย ไม่มาตรวจ แต่มั่วตัวเลขเลย ก็ได้ สินค้าต้นทางอาจจะแห้ง แต่พอวิ่งมากลางทางอาจเจอฝนตกหนัก มีจุดที่เปียกชื้นเพิ่มขึ้น  ข้างๆ  ลูกอัด พอคนตรวจรับเห็น ก็เอาเครื่องวัดความชื้น ไป จุ้มตรงนั้นเลย  ทำหใ้ชื้นถึง 25-30%   ในที่สุด ก็เป็นปัญหา  ความรู้สึกไม่ดี ระหว่างเจ้าของสินค้า และโรงงานรับซื้อในที่สุด  

5.การสุ่มตรวจสอบกิโลตราชั่ง ระหว่างวันทำการ 

กิโลตราชั่ง จัดเป็นเครื่องมือตัวแรก ที่จะทำให้เกิด การได้/การเสีย ในทางการค้าวัตถุดิบรีไซเคิลของเรา  ดังนั้น หลายต่อหลายโรงงาน ที่ได้มาตรฐาน มักจะกำหนดให้ ผู้ชั่ง ต้องสุ่มตรวจสอบกิโลตราชั่งของตนเอง ทั้ง เช้า สาย บ่าย เย็น   ว่าผลของการชั่ง ไม่ว่าจะเอารถ ขึ้นชั่งบริเวณใดๆ ของ ถาดกิโลตราชั่งก็ตาม   ต้องอ่านค่าน้ำหนักชั่งได้เท่ากัน หรือ +/- ไม่เกิน 10 กิโล เท่านั้น  หากไม่ใช่ ก็ถือว่า กิโลตัวนั้น ขาดความแม่นยำ เที่ยงตรง ให้เชื่อถือได้เสียแล้ว    ซึ่งหลายครั้ง หลายครา พบว่า พี่โชว์เฟอร์ จะไม่พอใจ  ที่ถูกร้องขอ ให้ เอารถขึ้นชั่ง  ตามตำแหน่ง หน้า กลาง หลัง  ชิดซ้าย/ชิดขวา   เอาหน้าเข้า/เอาหน้าออก  (กลับทิศทางรถ) พอน้ำหนักสินค้ารับ   ต่ำกว่าต้นทาง  คือ ของขาดหายไป 100-200-300 กิโลกรัม  เกิดคนรถเอาไป โวยวาย นินทา กาเร  ข้างนอก  ก็เป็นการทำร้ายเครดิต ของผู้รับซื้อ  ส่วนเจ้าของสินค้า ผู้เอาของมาขาย เมื่อไม่ได้รับรู้ ติดตาม ก็คิดไปเอง ว่า โดนโกงกิโล หรือ ระแวงว่า คนขับรถ เอาของลงขายกลางทาง ดังนั้น จึงอยากขอให้ทุกร้านค้า  แจ้งคนขับรถ ให้ความร่วมมือ ในการ ตรวจสอบน้ำหนักสินค้า ทุก ๆ ครั้ง หรือ มากครั้งที่สุด ที่จะทำได้ เพื่อให้เกิด ความมั่นใจ ด้วยกันทั้ง สามฝ่าย จะได้ไม่ต้อง ตัดสินใจเลิกค้ากัน โดยไม่ได้ตรวจสอบยืนยัน ให้ชัดเจนลงไป

สัญญาณดี ๆ ที่ลูกค้าไม่ชอบ 28-8-57         

                                            หวังว่า คงพอได้สาระประโยชน์ กันพอคุ้มค่าแก่เวลา ที่ให้เกียรติมาอ่านนะครับ หากมีสิ่งใด ที่ ดีกว่า เจริญกว่า แนะนำกันมา แบ่งปันกันมา ก็จะดียิ่งขึ้นกว่านี้ นะครับ   / หนอนน้อยรีไซเคิล  บ.ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง) จำกัด  กม.58 อ.ไชโย อ่างทอง  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: