11-12-56 การตรวจเช็คเปรียบเทียบ กิโลตราชั่ง

11-12-56 การตรวจเช็คเปรียบเทียบ กิโลตราชั่ง 

  อุปกรณ์หลัก ในการซื้อ / ขาย วัตถุดิบ นั่นก็คือ กิโลตาชั่ง  ซึ่งจะมี ทั้งขนาด 3*8 เมตร พิกัด 30 ตัน (นิยมใช้ในการชั่ง รถ 6 ล้อ 10 ล้อ)

หรือขนาด 3*18 เมตร พิกดั 60 ตัน ( นิยมใช้ชั่งรถ 10 ล้อ พ่วง เทลเลอร์ )  ดังนั้น เพื่อให้ได้สาระความรู้ พอแก่การ ใช้งาน จึงขอแบ่งปัน

มาให้ทราบ พอสังเขปดังนี้ 

 

การตรวจสอบความถูกต้อง แม่นยำกิโลตราชั่งของตัวเอง สามารถทำได้ดังนี้

1.ลองใช้รถโฟล์คลิฟท์ จอดตามมุมต่าง ๆ ของกิโล ทั้ง 4 มุม และตรงกลาง สำหรับกิโล ขนาด 3*8 เมตร 

  หรือ 7 จุด สำหรับ ตราชั่งขนาด 3*18 เมตร  ควรได้น้ำหนัก เท่ากันทุกจุด +/- ไม่เกิน 10 กิโล 

2.ลองใช้รถบรรทุกหนัก ขึ้นจอดบนกิโล  ตรงกึ่งกลาง ( หัวหน้าเข้า และ หันหน้าออก ) ว่าเท่ากันหรือไม่ ไม่ควร +/- เกิน 10 โล

 ถ้าเป็นถามยาว 18 เมตร ก็ลองจอด กึ่งกลางถาดชั่ง ทั้ง 3 ท่อน หัว กลาง ท้าย ว่าเท่ากันหรือไม่  ไม่ควรต่างกันเกิน 10 โล 

ถ้าการทดสอบ ตาม ข้อ 1 และ 2 ยังไม่ผ่าน  กิโลท่านมีสิทธิกินตัวเอง หรือกินลูกค้าเข้าแล้ว 

 

การเทียบน้ำหนัก กับโรงงานปลายทางที่เราขาย หลาย ๆ ที่ เพื่อดูความคลาดเคลื่อน 

1.เวลาขึ้นโรง ขึ้นศาล กัน ศาลท่านจะเชื่อถือ กิโลที่ เพิ่งจะผ่านการตรวจรับรองจากทางชั่งตวงวัด เช่น โรงงาน A เพิ่งจะทำการสอบเทียบกับ ชั่ง ตวง วัด เมื่อ 11/12/56  แต่ โรงงาน B สอบเทียบเมื่อ  6/6/56  อย่างนี้  ท่านเชื่อ A > B

2.การเทียบน้ำหนักนั้น  ไม่อาจชี้ชัดได้ ในกรณีที่สินค้านั้น มีความชื้น หรือ เปียกฝน  เช่น ตอนขึ้นสินค้าข้าวเปลือก แม้ออกจากกิโลเรา 25 ตัน แต่พอต้องวิ่งไปส่งไกลถึง 300 กิโลเมตร เจอลมโกรก  น้ำมันในถังน้ำมันพร่องลง  เมื่อไปถึงโรงงานปลายทางย่อมจะชั่งได้น้อยลง เวลาเราจะกล่าวว่า น้ำหนักเราหายนัน้  จึงต้องดู พร้อม ๆ กันไป ทั้งน้ำหนักรวม / น้ำหนักรถเบา / น้ำหนักสุทธิ สินค้า     

เช่น  ต้นทาง                        จาก อ่างทอง  25000 รวม /10000 รถเบา/15000 สุทธิ  

 วิ่งไป ปลายยทาง กำแพงเพชร   เขาชั่งได้  24800 รวม /9800 รถเบา/15000 สุทธิ     อย่างนี้ ก็ไม่เรียกว่า น้ำหนักหาย  

หรือถ้าปลายทางชั่งได้                               24800 รวม / 10000  รถเบา / 148000 โล สุทธิ

            ( แม้จะดูว่า ขาดหาย 200 โล ก็ต้องดูว่า มีของคืน บนรถกลับมาหรือไม่ เช่นถูกตักคืน ข้าวเลปือกที่ ชื้น ขึ้นรา อย่างนี้เป็นต้น ) 

 

สาเหตุ ที่มักพบว่า น้ำหนักจะขาดหาย มาจากอะไรบ้าง เพื่อหามางป้องกัน

1.พนักงานขับรถ ขโมยของลงขายกลางทาง  แล้วใช้วัสดุอื่น ทดแทน ชดเชยน้ำหนักรวม ซึ่งมักเกิดกับสินค้าราคาแพง

และสินค้าหน้าตา คล้ายกัน จนชี้เป็นอัน เ็ป็นชิ้นไม่ได้ เช่่น ส่งเศษเหล็ก  น้ำหนักมักหาย มากว่า ส่งกระดาษอัดก้อนเป็นมัด ๆ นับได้

2.ไม่ได้คลุมผ้าใบ ทำให้น้ำหนักอาจ ลด/ เพิ่ม จาก ฝนที่ตกกลางทาง  หรือลมพัดแลง จนฝุ่นผง วัตถุดิบ หล่นหาย เช่นฝุ่นผงจากเศษเหล็กเศษแก้วป่น ปลิวหาย  หรือแม้กระทั่ง พื้นกะบะบรรทุก มีรูรั่ว เป็นต้น 

3.ขาดการตรวจสอบกำกับ ให้รัดกุมจากต้นทาง  ไว้วางใจกันจนเกิดช่องโห่ว ช่องว่างให้ คนขับตุกติกได้นั่นเอง 

4.บางครั้ง มีการปั๊มน้ำหนักอันเป็นเท็จ เพื่อหลอกตำรวจทางหลวง แ่ คนขับและโรงงานปลายทางไม่รู้ด้วย เกิดเข้าใจผิด เช่น ของจริงหนัก 25000 กิโล แต่ปั๊มตั๋วกะจะไปหลอก ตำรวจทางหลวง ว่าแค่ 24700 โล มา อย่างนี้ พอถึงมือ โรงงานปลายทาง เขาก็อาจสงสัย สับสน ว่าทำไมเขาชั่งได้ 24850 โล   มากกว่าต้นทาง 150 โล ก็จะระแวงกันไปมา  ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรให้เกิดเป็นปัญหา ระแวงกัน

  วันนี้คงแบ่งปันสาระประโยชน์กันประมาณนี้ พอก่อน  คงเป็นประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ 

         ด้วยความปรารถนาดี และขอให้มีคงามซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน 

              หนอน้อยรีไซเคิล @ บ.ทวีทรัพย์ อ่างทอง กม. 58 อ.ไชโย อ่างทอง 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: