22/6/55 ขอนำ หกคาถา เมื่อราคาขายตก มาฝากครับ เผื่่อพอเป็นไอเดีย ให้ร้านค้าของเก่า ครับ

22/6/55 หกคาถา  เมื่่อราคาขายสินค้า ตก ( เศษเหล็ก ตกจาก 14 บาทเหลือ 10.50 บาท )

1.ถ้าเงินไม่มีหมุน ขายของเก่าออก ยอมขาดทุน แต่ให้น้อยที่สุด และเท่าที่จำเป็น
เพื่อเอาเงินสด กลับมาหมุนใหม่
 
2.ไม่กอดสินค้า ที่ไม่มีอนาคต หรือถูกปิดช่องทางขาย 
3.มองหาทางหนีทีไล่ ไว้หลาย ๆ ทาง อย่ามัวแต่เซ็ง แล้วไม่ทำอะไร เลย 
4.ทำในสิ่งที่จำเป็นต่อความอยู่รอดเป็นอันดับแรก แม้ไม่ถนัด ไม่รัก ไม่ชอบ ก็ต้องทำ0 H7 E) l: x- X/ O: p8 ?7 H! K. l
ตัดเรื่องไม่จำเป็นทิ้งให้หมด   3 L6 @- G) d; v
5.คิดถึง อกเขา อกเรา อย่าเอาแต่ได้  เพราะถ้าคุณเอาตัวรอดจนเกินไป แม้ผ่านครั้งนี้ได้
ต่อไปก็ไม่โต และสุดท้าย  – S) F. O’ `4 z) a’ |, u
6.เพื่อนคู่คิด มิตรคู่รบ  ต้องรักษา ส่วนกาฝาก ต้องฝากให้วิบากกรรม ดูแลเขาไป
เพื่อพัฒนา ต่อไป ไม่ใช่ไปอุ้ม 
ขอให้ทุก ๆ ท่าน ที่อยู่ในวังวนนี้ ร่วมกัน จงแคล้วคลาดจาก วิบัติภัยทางเศรษฐกิจไปด้วยดี
        สมศักดิ์ ทิพยรัตน์พรทวี บ.ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง ) จำกัด กม.58 อ.ไชโย อ่างทอง

8-10-58 เมื่อลูกสาว เสียดายเงิน / เรื่องเล่าของฉันวันสงกรานต์ By : พ่อจั๊ว แซ่จิว

11-4-58 เรื่องเล่าของฉันในวันสงกรานต์ / คืนเมื่อวาน ผมและภริยา ได้พาลูกสาว ทั้ง 4 ไปกราบขอพร อาโกว(พี่สาวคนที่ 3+4+5 ของผม) เพื่ออำนวยพรและขอพรจากท่าน พร้อมกันนั้น ผมได้ให้เงินพี่สาวทั้งสาม ที่ดูแล เลี้ยงผมมาดุจแม่ ท่านละ 4000บาท สำหรับซื้อเสื้อผ้า ทำบุญ ใช้สอยตามปรารถนา พอขึ้นรถ ขับกลับบ้าน ลูกสาวคนที่ 3 และ 4 น้องแพ และน้องพอ นั่งมาด้วย ก็เอ่ยปาก เสียดายเงิน 12000บาท และว่า ตอนตรุษจีน ป๊าก็ให้อั่งเปา ไปทีนึงแล้วตั้งเยอะ (ในความรู้สึกของเด็ก) ผมอธิบายว่า น้องแพ น้องพอ ถ้ามีใครสักคน ตื่นขึ้นมา ตี 4 ตี 5 เพื่อมาหุงข้าว ทำกับข้าว รีดเสื้อผ้า และเตรียมทุกสิ่งอย่างให้เราไปโรงเรียนอย่างสบาย มาเป็นเวลาตั้งแต่เราเกิด จนเรียนจบปริญญา นับกว่า 20 ปี 365วัน@20 ปี 7300 วัน แล้วหนูเหลือเงินมาให้ท่าน เทศกาลละ 7300บาท/ปี นั่นแค่วันละ 1 บาท เพื่อทำชีวิตให้เหลือ กลับมา แทนคุณท่าน หนูว่ามันแพงไหม? แถมเมื่อท่านรับไป ท่านก็ยังไม่ใช้เอง แต่เก็บสะสม แล้วคืนให้พวกหนู ผ่านของเล่น ของขวัญ และเงินรางวัลเวลาหนูเรียนได้ ดี ๆ อย่างนี้เรียกแพงไหม ? จบคำนี้ น้ำตาและความกตัญญู ของเด็กสองคน ก็ท่วมท้นออกจากใจและดวงตา >ผมกล่าวปิดท้ายว่า ท่านเหลือเวลากับเรา ไม่นาน มีโอกาสกอดท่าน กราบท่าน รักท่าน มีรายเหลือจากค่าขนม มาปันคืนให้ท่าน จงรีบทำ กอดเก็บเงินไว้เพื่อเราคนเดียว ยังไงก็ไม่รวย แต่ถ้าเกื้อกูลคนดี ๆ และลงทุนในเรื่องดี ๆ อย่างไรก็ไม่มีวันจนตรอก แม้ว่าจะรู้สึกว่าจนเงิน ก็ตาม  / By : พ่อจั๊ว  แซ่ิจว

หนอนน้อยรีไซเคิล บ.ทวีทรัพย์ กม. 58 อ.ไชโย อ่างทอง  
ครอบครัวของฉัน 14-11-57

1-10-58 วันนี้ขอปันความรู้ เรื่องการปนแก้วเขียว ลงไปในแก้วชา ซึ่งเป็นสาเหตุ ในการโดนตีคืน สินค้า หรือโดนตัดราคา รับซื้อ เป็นอันดับต้น ๆ ในช่วงนี้

เศษแก้วปนแก้วต่างสี มากเกิน2 % 28-4-58
>>>>
ปกติ ทางโรงงานหลอมแก้ว จะยอมให้มีแก้วต่างสี ในระดับไม่เกิน 0.5% โดยน้ำหนัก เนื่องจาก เศษแก้วสีเขียว มีจุดหลอมเพียง 7-800 องศา ในขณะที่ แก้วสีชา 1000-1100 องศา และ สีขาว หลอมที่ 1200-1300 องศา ผลคือ มันเดือดเป็นฟองอากาศในเนื้อแก้วของขวดที่เป่าขึ้นใหม่ ส่งผลให้ การรับแรงอัดภายในขวด ต่ำลด (ขวดแตกง่าย) / ในสภาวะ ที่โรงงานเป่าขวด ผลิตได้ ขายคล่อง เขาอาจจะหยวน ให้บ้าง เพราะเข้าใจว่า เศษแก้วเขียว มีในตลาด ไม่ถึง 5% นอกนั้นเป็น ชา กับขาว กว่าจะรวมแก้วเขียวได้พอคัน มันก็จะใช้เวลานาน และกิน พื้นที่ ที่ต้องมาแยกกอง แต่การเสี่ยงปน เข้าไปขาย ในสภาวะ ผลิตได้ แต่ขายไม่ออก อย่างในช่วงนี้ ท่านลูกค้า ประเมินดี ๆ ว่า คุ้มกับที่ เขา จะตัดน้ำหนัก หรือ จ่ายในราคาสินค้าตกเกรด หรือไม่ / อนึ่ง หากท่านมี เศษแก้ว เขียว ที่แยกไว้แล้ว ตั้งแต่ 1000 กิโล ขึ้นไป ท่านสามารถ แยกมาส่ง ที่โกดัง อ่างทอง ได้ ในราคา 1.65 บาท/กิโล แต่ถ้าเต็มคันรถ ให้สอบถาม เจ้าหน้าที่การตลาดที่ดูแลท่านโดยตรง
>>> By : หนอนน้อยรีไซเคิล 081-8097081 สมศักดิ์ ทิพยรัตน์พรทวี

21-4-58 เกร็ดเล็ก แต่ทำเงินใหญ่ ในการชั่งซื้อและขาย สินค้ารีไซเคิล

21-4-58 เกร็ดเล็ก แต่ทำเงินใหญ่ ในการชั่งซื้อและขาย สินค้ารีไซเคิล

ปัญหา อย่างหนึ่ง ในการซื้อขาย สินค้าวัตถุดิบ ก็คือ กิโลตราชั่ง ชั่งได้ไม่ตรงกัน ไม่ตรงใจ
จนบางคนเรียกมันว่า โลเล มากกว่า กิโลตราชั่ง เพราะ ตัวเงินที่เรารับ เกิดจาก
น้ำหนักที่ชั่งได้ คูณด้วยราคาสินค้า ยิ่งถ้าของราคาแพงกิโลกรัมละเป็นร้อย คุณจะยิ่ง คาใจ
กับการชั่งน้ำหนัก

กิโลตราชั่ง  21-4-58

ยกตัวอย่าง การชั่งสายไฟทองแดง กิโลกรัมละ 200 กว่าบาท
กิโลที่ใช้ ต้องเที่ยงตรง ขนาดอ่านได้ ถึงหลักกี่ขีด กี่กรัม / แต่ถ้าเศษแก้วขาย ราคากิโลกรัมละ 2 บาท
จะอ่านผิดกัน 5 โล 10 โล ก็ยังเฉย ๆ อย่างไรก็ตาม ในทางแนววิชาการ(ผมจำมาอวดนะครับ)แล้ว
A.ถ้ากิโลมีพิกัดการชั่งได้เท่าไหร่ เขาจะอ่านได้ แม่นยำ มาก ๆ ถ้า ใช้ไม่เกิน 50-60%ของพิกัดชั่ง
เช่นกิโลชั่งของ พิกัด 15 กิโลกรัม เขาจะแม่นมาก ถ้าเอาของไม่เกิน 7.5 กิโล มาชั่ง
ถ้าเป็นกิโลชั่ง รถ 10 ล้อ พิกัด 50 ตัน เขาก็จะชั่งได้แม่น ไม่เกิน 25-30 ตัน +/- 5 กิโลตามกฎหมาย
ถ้าเป็นกิโลชั่งรพพ่วง รถเทลเลอร์ พิกัด 80 ตัน เขาก็จะชั่งได้แม่น 40-48 ตัน +/-10 กิโล ตามกฎหมาย
>>ดังนั้น คุณอย่าเอาน้ำหนักชั่งซื้อทองคำ มาเทียบกับกิโล ที่ใช้ชั่งรถพ่วง ต้องยอมรับกันก่อน
เพราะกฎหมายชั่งตวงวัด มีค่าเผื่อ ให้อ่านค่าได้ ผิดกันไม่เกิน 5 กรัม 10 กรัม 5 กิโล 10 กิโล
ตามชนิดเครื่องชั่ง ที่ต่างกัน

B.ก่อนจะกล่าวโทษ ว่า กิโลใครไม่ตรง คุณต้อง ดูทั้ง น้ำหนักรวม/ น้ำหนักรถเบา และ น้ำหนักสินค้า สุทธิ
เช่น บรรทุกเหล็ก จาก เชียงราย ชั่งออกจากบ้าน ได้ 25000 กิโลรวม / รถเบา 10000 โล และ เป็นสินค้าเหล็ก 15000กิโล วิ่งมาถึง กรุงเทพ โดยไม่แวะเติมน้ำมัน และฝนไม่ตกกลางทาง ชั่งได้ 24500/9500/15000กิโล
อย่างนี้ อย่าไปคิดว่า จาก 25000กิโล มาถึงกรุเทพ เหลือ 24500กิโล ว่า โกง เพราะนี่ คือ ดูแค่ น้ำหนักรวม อย่างเดียว
ไม่ได้ดูรถเบา ไม่ได้ถามว่า ระหว่างทางฝนตกใส่รถไหม และยังไม่ได้ดู น้ำหนักสุทธิสินค้า การที่มันเบาลง 500 โล อาจจะมาจาก น้ำมันดีเซลในถังพร่องลงไป แต่ก็คงไม่ใช่ ว่า ชั่งน้ำหนักที่กรุงเทพ รถหนัก เหลือ 23000กิโล ต่างกับต้นทาง
ถึง 2000 กิโล อย่างนี้ มันคงไม่ใช่ น้ำมันพร่องแล้ว น่าจะโดนขโมยของลงขายกลางทางด้วยซ้ำ /
โปรดใจเย็นครับ น้องชาย โปรดช่วยใจเย็น ๆ

C.การรู้ประวัติ น้ำหนักเฉลี่ยรถเบา ของตังเอง น้ำหนักน้ำมันเต็มถัง กับถังเปล่าของตัวเอง จะช่วยท่านได้

>>>เราคงไม่อาจจะไปรู้ได้ว่า ปลายทางที่เราไปขาย เขาดูแลกิโลตราชั่งของเขาอย่างไร เขาจะตั้งใจโกงเราหรือไม่
แต่เราสามารถ ดูแล กิโลต้นทางของเรา และใช้ความรู้ทำนองเดียวกัน ไปสอบเทียบ ไปเปรียบกับกิโลปลายทาง ได้ดังนี้
( วิธี ป้องกัน ตรวจสอบ เบื้องต้น )

1.สอบกิโลตัวเอง ทุกวัน ว่าเอารถหนัก ขึ้นชั่ง โดยเอา หน้าเข้า และเอา หน้าออก ชั่งได้เท่ากันไหม
ถ้าเป็นตราชั่งรถ 10 ล้อ ให้ผิดกันได้ 5 กิโล ถ้าเป็นรถพ่วง เทลเลอร์ ให้ชั่งต่างกันได้ ไม่เกิน 10 กิโล
( อันที่จริง ต่างชั่งได้เท่ากัน ถ้าไม่มีลมพัดแรง ไม่มี น้ำฝนเปียกค้างอยู่บนถาด )
2.บนกิโล ชั่งรถพ่วง เทลเลอร์ จะมี ถาดชั่ง 3 ท่อน เมื่อรถหนัก ขึ้นเหยียบ แต่ละท่อน ทั้ง 3 ถาด
ควรต้ออ่านน้ำหนักได้เท่ากัน +/- ไม่เกิน 10 กิโล ถ้าเกิน นั้น กิโลน่าจะมามองหาสาเหตุ
3.ก่อนขึ้นชั่ง ต้องมั่นใจว่า ตัวเลขน้ำหนักชั่งต้องเป็น ศูนย์ ไม่ใช่มี ตัวเลขค้างอยู่ ไม่ว่าจะ บวก หรือ ลบ
กี่กิโลก่อนชั่งก็ตาม
4.ถ้าเอา รถ 2 คัน ที่หนัก 25 ตัน กับ 27 ตัน ขึ้นมาบนกิโลตราชั่งพร้อมกัน แล้ว
ต้องอ่านได้ 25+27 = 52 ตัน +/- 10 กิโล ไม่ว่าจะเอา หัวรถชนกัน หรือเอา ท้ายรถชนกัน
5.ในวันที่ อากาศร้อนจัดมาก ๆ กิโลตราชั่ง หรือมีฟ้าผ่า ฟ้าร้อง แรง ๆ การอ่านค่าจะผิดเพี้ยนได้ง่าย
จากการที่ อากาศร้อนเกินไป ทำให้ โหลดเซล (หัวอ่านน้ำหนักอิเลคทรอนิค ขยายตัวทางความร้อนมาก
หรือ ฟ้าผ่า ทำให้ ไฟฟ้าตก กระชาก ส่งผลให้ CPU หรือ หน่วยประมวลผล ค่าน้ำหนัก รวนไปด้วย )
ควรรอ ให้ อากาศเย็นลง ถ้ารอไม่ได้ คงต้องใช้น้ำสะอาด ฉีดราด กิโลเพื่อระบายร้อน กับ
รอ ฝนฟ้าคะนอง ผ่านไปเสียก่อน ค่อยชั่ง )

>>> หวังว่าเกร็ดเล็ก ๆ เช่นนี้ คงไม่ทำให้คุณ เกิดอาการ โมโห จากกิโล ที่โลเล และได้รับจำนวนเงินรับ
จากน้ำหนัก คูณด้วยราคา อย่างตรงไปตรงมา ชาติก็จะเจริญ น่าคบ น่าค้าด้วย แล้วอย่าลืม บำรุงรักษากิโลตราชั่ง
สอบเทียบประจำปี ปีละ 1-2 ครั้ง แล้วแต่ความเสียวของราคาสินค้า ต่อกิโล เสียวมาก ก็ตรวจสอบ บ่อย ๆ
เสียวน้อย ก็ดูแลดี ก็ปีละหน และสำคัญ การค้าที่น่ารัก จักต้องไม่โกง และไม่ทำผิดกฎหมาย เอารัดเอาเปรียบผู้ซื้อ
ผู้ขาย ด้วยใจเยื่ยงเปรต หรือโจร นะขอรับ

>>>หนอนน้อยรีไซเคิล บ.ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง) จำกัด กม.58 สายเอเซีย อ.ไชโย อ่างทอง >> คิดอย่างหนอน นอนอย่างมีความสุข ตื่นอย่างมีเป้าประสงค์ และลงมือทำ อย่างเกื้อกูลโลก

18-4-58 เกร็ดเล็ก แต่ทำเงินใหญ่ ในการขนส่ง สินค้ารีไซเคิล

18-4-58 เกร็ดเล็ก แต่ทำเงินใหญ่ ในการขนส่ง สินค้ารีไซเคิล

ปัญหาหนึ่งในการค้า รีไซเคิล ก็คือ สินค้า ที่มีราคาถูก และหรือ สินค้า ที่มีน้ำหนักบรรทุกเบา ๆ

บรรทุกให้คุ้มค่า 18-4-58

จะทำให้ไม่สามารถขนส่งไปขายไกล ๆ ได้ เช่น ขวดพลาสติก 1 คัน ปิคอัพ น้ำหนักราว 400 กิโล
ขึ้นของจนพูนคอก ราคา 10 บาท เท่ากับเก็บเงินได้เพียง 400*10 บาท = 4000 บาท
ถ้าระยะทางที่จะไปส่ง 30-40 กิโล คงไม่เป็นปัญหา เพราะอัตรากินน้ำมัน รถปิคอัพ ใส่ของ 400-500 โล
อยู่ที่ 10 กิโลเมตร/ลิตร เป็นค่าน้ำมัน 4 ลิตร*30 บาท = 120 บาท + ค่าแรงคนขับ 400 บาท = 520 บาท
ต่อตัวเงินรับ 4000 บาท หรือ = 13% ค่าขนส่งต่อตัวเงินรับ
แต่ถ้าเก็บเงิน ได้แค่ 4000บาท แต่ต้องวิ่งไป ส่งไกลถึง 400 กิโลเมตร
ต้องเติมน้ำมัน = 40 ลิตร*30 บาท + ค่าเที่ยว คนรถ 500 บาทเพราะไกล รวมค่าขนส่ง 1700 บาท
ต่อตัวเงินรับ 4000บาทตัวเงินรับ = 42.50 % เป็นค่าขนส่ง อย่างนี้ ลำบากแน่ ๆ แข่งขันไม่ได้
>>>>> วิธีแก้ไข สามารถทำได้โดย
1.การอัดก้อน เพือ่เพิ่มน้ำหนักบรรทุก จาก 400 กิโล กลวง ๆ ให้แน่นขึ้นเป็น 1000 กิโล
ตัวเงินรับ ก็จะเป็น 1000กิโล*10 บาท = 10000 บาท แต่มาจ่ายค่าขนส่ง เป็นค่าน้ำมันวิ่งส่ง 400 กิโลเมตร ราว 50ลิตร*30 = 1500บาท+ค่าเที่ยว 500 บาท รวม 2000บาทค่าขนส่ง /10000 บาท ตัวเงินรับ = ค่าขนส่งเป็น 20 % ซึ่งดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ดีพอ เว้นแต่จะอัดน้ำหนักได้ สัก 1200-1300 กิโล
2.ต่อรอง ราคาขาย ให้ได้มากขึ้น จาก 10 บาท เป็น 10.20 บาท หรือ 10.50 บาท/กิโล กรัม เพราะมาส่งปริมาณมาก
3.หารถรับจ้าง ที่เป็นทางผ่าน และคิดค่าขนส่ง / ตัวเงินรับของเรา ได้ ต่ำกว่า 12 % ค่าขนส่ง ( ขายได้ 1 แสน ค่าบรรทุก อย่าเกิน 1.2 หมื่น เป็นต้น)
4.เอาสินค้า มา มากว่า สอง รายการ โดย มูลค่าสินค้า/เที่ยว รถ ต้องมากพอ ที่จะชนะ
ค่าขนส่ง ไม่ให้เกิน 12 % หรือต่ำกว่า แต่ได้ตัวเงินรับ ต่อค่าเดินทางดีขึ้น
5.แม้คิดที่จะบรรทุกให้คุ้มค่า จะเป็นสิ่งดี ควรทำ แต่ก็อย่าทำผิดกฎหมาย ทั้ง บรรทุกเกิน
จนไม่ปลอดภัย ต่อเพื่อนร่วมถนน หรือ ขนของโจร
6.ศึกษา เส้นทาง และทางเลือก ในการขนส่ง ทั้งในด้าน ความคุ้มค่าของราคา /
ระยะเวลาการจัดส่ง / คุณภาพ และภาพลักษณ์ในการจัดส่ง / หลาย ๆ ทางเลือก
อย่าพึงพอใจ กับทางเลือกเดิม ๆ เพียง 3 ทางเลือก อาจจะไม่เพียงพอ
>>> หนอนน้อยรีไซเคิล บ.ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง) จำกัด กม.58 สายเอเซีย อ.ไชโย อ่างทอง
>>> คิดอย่างหนอน นอนอย่างมีความสุข ตื่นอย่างมีเป้สประสงค์ และลงมือทำ อย่างเกื้อกูลโลก /
>>>>ขอให้ ผู้ประกอบการไทย มีความสามารถในการแข่งขัน กับนานาประเทศ ด้วยหลักคิดในการประหยัดค่าบรรทุก
ไม่ให้เกิน ระดับ 12 % ของตัวเงินรับ หรือต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราทำได้ ถ้าช่วยกันประหยัด พลังงานชาติ และ
ใช้ประโยชน์จาก น้ำมัน เวลา ค่าแรง ให้คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ให้สูงที่สุด

หมายเหตุ : เป็นความคิด ความเห็น เล็ก ๆ น้อย ๆของผม หาก ครูบาอาจารยื ด้าน โลจิสติกส์ ท่านใด จะกรุณา ชี้แนะเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ สาระประโยชน์ ต่อ แวดวงการค้า และอุตสาหกรรม ผมจะขอบพระคุณอย่างยิ่ง

สมศักดิ์ ทิพยัตน์พรทวี
(กรรมการบริหาร ฝ่ายจัดหาวัตถุดิบ และบริหารโรงงาน บ.ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง) จำกัด อ.ไชโย จ.อ่างทอง

9/3/58 คุณกำลังทำบุญ กับพรหม เทวดา มนุษย์ ปุถุชน หรือเปรต สังเกตุไม่ยาก ?

9/3/58 คุณกำลังทำบุญ กับพรหม เทวดา มนุษย์ ปุถุชน หรือเปรต สังเกตุไม่ยาก ?

เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 ผมได้มีโอกาสรับรู้รับฟัง จากผู้ใหญ่ใจบุญท่านนึง ซึ่งท่านได้เอา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง น้ำดื่ม และของใช้ไปแจกจ่าย ชาวบ้านที่โดนน้ำท่วม และท่านได้มีโอกาส สัมผัส อัธยาศรัยของผู้รับ ที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งท่านแยกเยอะให้ผมได้ฟัง เป็นดังนี้

ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก

1.บางบ้าน แม้ให้ด้วย ข้าวเหนียวหมูปิ้ง เพียง 4-5 ห่อ ก็ไม่ขอรับ กลับบอกกลับ ว่า บ้านอื่น หลังอื่น ยังเดือดร้อนกว่า พี่ไปแจกเขาทางนั้นเถอะ และขอบอก ขอบใจเรา พร้อมเอาน้ำฝน มาให้เราดื่มกิน ( แบบนี้ท่านเรียกว่า เราเจอเข้ากับ คนชั้น พรหม)

2.บางบ้าน แม้ให้ด้วย ข้าวเหนียว หมูปิ้ง เพียง 4-5 ห่อ ก็ได้รับไว้ อย่างอ่อนน้อม แล้วก็กล่าวขอบคุณ ขอบใจ ขอบคุณแล้ว ขอบใจอีก หลังน้ำลด ก็ยังอดแวะเวียนมาขอบใจ เอาผัก เอาผลไม้มาฝาก (แบบนี้ ท่านเรียกว่า เราเจอเข้ากับ คนชั้น เทวดา)

3.บางบ้าน แม้ให้ด้วย ข้าวเหนียว หมูปิ้ง เพียง 4-5 ห่อ ก็ได้รับไว้ แล้วกล่าวขอบอก ขอบใจ แต่ไม่มีกำลัง ตามมาให้อะไรหลังน้ำลด แต่ยังอดเอาเรา ไป โพทนา สาธุ อยู่ไม่ขาดสาย (แบบนี้ ท่านเรียกว่า เราเจอเข้ากับ คนชั้น มนุษย์)

4.บางบ้าน แม้ให้ด้วย ข้าวเหนียว หมูปิ้ง เพียง 4-5 ห่อ แกรีบคว้าเอาไป แต่ทำหน้าไม่พอใจ แถมเอ่ยปาก ให้ปวดใจ แล้วทำไงจะพอกิน ( แบบนี้ ท่านเรียกว่า เราเจอเข้ากับ คนชั้น ปุถุชน)

5.บางบ้าน แม้คุณยังไม่ได้จะเต็มใจให้ แกก็รีบเข้ามายื้อแย่ง เอาไป ปากก็ร้องขอเพิ่มจะเอาโน่น อยากได้นี่ อย่างนี้ อยู่ตลอดเวลา ไม่คิดถึงหัวอกใคร และบั่นทอน ทำลายขวัญกำลังใจ ของผู้ที่มีใจจะให้ แต่รวยไม่มากพอ (แบบนี้ท่านเรียกว่า เราเจอเข้ากับเปรต)

คุณดูออกไหมครับ ว่าคุณกำลังทำบุญกับใคร ? ในทางการค้า หรือการคบหาสมาคม กันก็ตาม ท่านว่าให้เราพึงเคารพ จิตใจที่ผู้อื่นคิดมาเกื้อกูลเรา ไม่ว่ามันจะมาก จะน้อย ก็ตาม เขาคงกำลังเพียรขัดเกลาความตระหนี่ แล้วจึงเอามาให้เรา ด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ของเขา(แค่คิดถึงเรา ก็น่ารักมากแล้ว) เพราะกำลังของผู้ให้ ก็มีหลายชั้น ไม่เท่ากัน / ผู้ทำลาย ขวัญกำลังใจของผู้ให้ ท่านว่าเป็นการตัดมูลเหตุแห่งทรัพย์ไปในภายหน้า และคาดหวัง แทบไม่ได้ว่าจะได้รับของอันปราณีต ในอนาคต / ผมกราบขอบคุณ ท่านผู้ใหญ่ใจบุญท่านนั้น และเล่าขานบอกกล่าว ลูก ๆ และภริยาของผมไว้ ว่าอย่าให้มีอัธยาศัยอย่างเปรต มันไม่งาม ไม่เจริญ ให้ฝึกเจริญจิต เจริญใจ และใฝ่พัฒนา ให้จิตใจเราสูงขึ้นชั้น เทวดา ไม่ก็ พรหม

By : หนอนน้อยรีไซเคิล @ บ.ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง) จำกัด กม.58 อ.ไชโย จ.อ่างทอง 14140

19-12-57 วันนี้ผม ##ตอบข้อซักถาม ว่าที่ลูกค้า อยากเปิดร้านของเก่าต้องเอางัย !

19-12-57 วันนี้ผม ##ตอบข้อซักถาม ว่าที่ลูกค้า อยากเปิดร้านของเก่าต้องเอางัย !

อยากเปิดร้านของเก่า ต้องเอางัย 19-12-57

********ขอสงวนนาม ผู้สอบถาม นะครับ **************
19 December 06:50 ## มาขอถามแบบหน้าด้าน ๆ เถอะค่ะ ##

>>>>เรากำลังจะเปลี่ยน งานปีหน้านี้
มีทุนอยู่นิดหน่อย อยากกระโดดลงมาเล่นด้วย
ขอความกรุณาช่วยสอนมวย ให้พอสร้างอาชีพให้ด้วยเถอะค่ะ

>>>>ตอนนี้ศึกษาหาข้อมูล
อ่านตามพันทิป อ่านตามบอร์ดที่มีการประกาศซื้อขายกัน
ขึ้นต้นที่มีคนถามหาของ และ ลงท้ายที่มีเบอร์โทรแปะไว้ตามบอร์ดต่าง ๆ
-มีความสงสัยว่า เค้าไปซื้อขายกันหรือยัง
-แล้วถ้าเป็นเรา No Name จะทำได้หรือไม่

>>>>>จะไปเริ่มเรียนกับเฟนไซร์
เพราะโทรไปถามมาเค้าบอกว่า “สอนให้พร้อมเบอร์โทรร้านที่รับซื้อ” (ค่าเรียนก็แพงมาก 8500 ในการ Start ความรู้มาที่ 50)

>>>>>ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด “เราเหมือนซาเล้ง เอาของไปขายเค้าใช่ไหมค่ะ แล้วถ้าเราไม่ใช่เครือข่ายเค้า เราตายซากเลยใช่มั้ยค่ะเพราะเค้าจะไม่รับเซื้อของเรา หรือรับแค่จะต่ำกว่าเจ้าประจำเค้า”

ขอความกรุณาแค่สละเวลาเป็นเงินเป็นทอง
ชี้แนะข้อสงสั้ยนี้ให้เราด้วยเถอะค่ะ

กราบขอบพระคุณอย่างสูง

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
## ผมตอบคำถาม ท่านว่าที่ลูกค้าไป ดังนี้ ##

19-12-57 ขอบคุณที่ให้เกียรติ ไว้วางใจ / ขอเป็นกำลังใจให้ และขอตอบคำถาม เกี่ยววกับแวดวง ธุรกิจค้าของเก่า เฉพาะเหล็ก แก้ว กระดาษ ที่ผมยังทำอยู่ จน ปจบ. ตัวอื่น ๆ เช่น ทองแดง พลาสติก กระดูกควาย ไขเทียน อะไร นั่น ไม่ได้ทำมานานแล้ว ตอบไป คงจะ Out แล้ว / การไปเรียน 8500 บาท ผมคิดว่า จะได้เห็นในภาพกว้างมาก ๆ จน เข้าไม่ถึง รายละเอียด ในการจะรอดหรือไม่รอด เพราะถ้าผมเป็นวิทยากรสอน ผมก็ต้องว่ารอด ไม่งั้นไม่มีคนมาเรียน แต่ถ้าจะถาม เกี่ยวกับ เหล็ก แก้ว กระดาษ ผมก็เป็นคนนึง ที่ตอบให้ โดยยังไม่มีการคิดค่ากาแฟ 555 และผมเชื่อว่า การลองเอาของเก่า ในบ้าน ไป ทดลอง ขาย ให้ร้านของเก่า ดู การลองขับรถดู ประชากรร้านของเก่า ในท้องที่ ที่เราคิดจะเปิดซื้อหรือเปิดหาของ ก็จะตอบเราหยาบ ๆ ได้ว่า ในท้องที่เรา มีวัตถุดิบอะไรให้เก็บขาย ให้ซื้อมาขายต่อ มีอะไรมาก อะไรน้อย อะไรมีราคาสูงใช้ทุนในการเริ่มต้นสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อการ วางแผน การเริ่มต้น ให้เป็นไปตามหลัก ที่ว่า รู้เหตุ รู้ผล รู้จักตน รู้ประมาณ รู้กาลเวลาสถานการณ์ รู้ตลาด(ชุมชนที่เราจะค้าด้วย) และ รู้จักคนที่อยู่ต่อหน้าหรือกำลังเจรจาด้วย / การเริ่มต้นทำจากเล็ก ไปใหญ่ ไปดู ไปพูดคุย กับ ร้านของเก่า คุณยังอาจจะได้สัมผัส วิญญาณของเจ้าที่ร้านของเก่า มาบอกว่าคุณจะอยู่ได้ อยู่ไม่ได้ จะรัก จะชอบเจ้าที่ร้านของเก่าหรือไม่อีกด้วย เช่น บางคน คิดว่าง่าย ๆ ซื้อ 5 ขาย 10 ซื้อ 10 ขาย 17 บาท แต่พอ เดินเข้าร้านของเก่าไป เจอเถ้าแก่ร้าน ด่าทอลูกน้อง โหวกเวก โวยวาย เจอรถซาเล้ง เข็นของมาขาย กลิ่นตัวมาก่อนถึงร้าน กว่า 5เมตร10เมตร ก็ได้คำตอบแล้วว่า ตรู มาไม่ถูกกับจริต / ส่วนคนที่ เจ้าที่ของเก่าต้อนรับ พอได้สัมผัส ก็หอบ พอเข้าดมดอม ก็ชื่นใจ พอคิดอะไร ก็คิดบวก พอทำอะไร ก็ไม่ปวดเมื่อยปวดใจ ตามมา อย่างนี้ ก็จะทำให้พี่ พอได้หลักคิด เรื่องความรอดของกิจการ มันมาจาก มีความรัก(พึงพอใจ) ทำมันแล้วได้ความสุข และ มีใจมุ่งมั่น มั่นคง ถ้าพี่มี 3 ส่ิงนี้ จะมี 8500 หรือไม่มีมาเลย ผมก็ว่า ไม่แปลก มาแลกเปลี่ยนกับผมไปเรื่อย ๆ ได้ครับ / ขอบคุณครับ ที่ให้เกียรติผม ได้รับใช้ วันนี้ ผมไม่ได้แย่งอากาศพี่หายใจฟรีๆ โดยไม่มีกำไรคืนให้พี่เลย / ด้วยความเกื้อกูลกัน ฉันเพื่อนร่วมประเทศ สมศักดิ์ ทิพยรัตน์พรทวี บ.ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง) จำกัด กม.58 สายเอเซีย อ.ไชโย อ่างทอง

18-12-57 เมื่อตลาดไท กลายเป็นของคนพม่า ปี 2558 >> AEC จำลอง ที่ต้องจับตา ?

18-12-57 เมื่อตลาดไท กลายเป็นของคนพม่า ปี 2558 / AEC จำลอง ที่ต้องจับตา ?
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีโอกาส ผ่านเข้าตลาดไท ปุมธานี ผมสัมผัสได้ เลยว่า เราเสียตลาดการค้าให้กับ ชาวพม่าไปแล้ว

แรงงานพม่าในไทย 18-12-57

สมัยก่อนสัก 7ปีก่อน เจ้าของแผงค้าในตลาดไท ผมว่ายังเป็นคนไทยอยู่ แต่ผลจากการที่ ลูกหลานของเจ้าของแผง ไม่รับช่วงกิจการ ทำให้เจ้าของเดิม ปล่อยเซ้งหรือให้คนพม่า มาเป็นเจ้าของแผง โดยตัวเอง ยอมที่จะรับค่าจ้างให้แก่ แต่ไม่โต( ไม่ได้คิด ไม่ได้แก้ปัญหา ไม่ต้องรับรู้อะไรอีก นอกจากรับค่าเช่าแผงไป) เป็นผลตอบแทน ไป เพราะลูกหลานคนไทย ไม่เอา

ผมคิดแล้วชวนให้เสียวไส้ หลายพื้นที่ของไทย ได้ตกเป็นพื้นที่ทำกินของชาวพม่า มากกว่าชาวไทยเสียแล้ว ไม่ว่าจะ จังหวัดระนอง จังหวัดสมุทร ๆ ทั้งหลายของไทย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ตลาดไท เรียกได้ว่าล้อมใจกลางเมืองไทย ไปแล้วได้เลย จำมาอวด สักหน่อย ว่าสมัยราชวงศ์ฮั่น จะโค่นราชวงศ์แมนจู ก็ได้นัดหมายกันผ่านจดหมายที่สอดไส้ไว่ในขนมไหว้พระจันทร์ นัดกันคืนวันจันทร์เพ็ญ ก็เอามีดพกมาฉกวิญญาณชาวแมนจู ทีละศพ ๆ จนจบกระบวนความ ก็เอาคืนราชวงศ์ฮั่นมาได้ ผมไม่อยากจินตนาการภาพเหตุการณ์พรรค์อย่างนี้เลย บ่องตง

ท้ายนี้ อยากจะบอกลูกหลานไทย ว่าคุณจะเรียนจบปริญญาอะไร ไม่สำคัญ เท่ากับว่าคุณยังรักษารากแก้วของ ตัวเองหรือของกิจการครอบครัวคุณได้หรือไม่? ถ้าคุณมีแต่รากกิ่ง รากแขนง ที่แทงเจอความลำบาก ยากเย็ย เข้าสักหน่อยก็ถอยหนี ไม่มีจิตวิญญาณจะเป็นรากแก้ว ที่หมั่นแทงทะลุชั้นหิน ดินดาล จนหยั่งรากปักฐานให้มั่นคงได้ แล้วละก็ ปริญญา และชีวิตหรูหรา เก้าอี้ประจำตำแหน่งตัวใหญ่ของคุณ ที่คอยปกป้องแสงแดด ปกป้องเหงื่อไคล ของคุณ ไม่ให้ไหลออกจากตัวเลย ก็อาจจะกลายเป็น ฆาตกรเบอร์หนึ่ง ที่จะดึงคุณลงจากความเป็นชนชาติที่มีรากเหง้า มีจิตวิญญาณ ที่จะคิดสร้างงานเพื่อเกื้อกูลคนอื่น มากกว่าเกิดมายืนแย่งลมหายใจคนอื่น โดยไม่คิดจะคืนกำไรให้ใครเลย แม้กระทั่ง ยอมลำบากที่จะรักษากิจการของคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ ไว้ให้ได้ และแผ่กิ่งบุญ ก้านใบ ไปเป็นร่มโพธิร่มไทรให้คนอื่น

ผมเชื่อโดยส่วนตัวนะครับ ว่า ชาติไทยเรา มีเมล็ดพันธ์ มีกำพืด เป็นต้นโพธิต้นไทร ไม่ใช่ต้นถั่ว เราจะไม่ล้มลุก คุกคลานให้ใครมาเดินข้ามไปโดยไม่เกรงใจกัน แต่เราจะเป็นต้นโพธิต้นไทร ที่ไม่ว่าใครจะราดรดเรา ด้วยน้ำอุจจาระ น้ำปัสสาวะ เราก็จะแทงรากแก้ว ชอนไช ชั้นหินดินดาล จนแตกกิ่งก้านใบ เป็นร่มโพธิร่มไทร ให้ใคร ๆ ได้พึ่งพิง

***********ถ้าเห็นดี ก็ช่วยกันแชร์นะขอรับ ผมอยาก เข้าตลาดไท ด้วยหัวใจเดิม ๆ **************
<<<<>>>>>>>
By : หนอนน้อยรีไซเคิล บ.ทวีทรัพย์ (จิวแจ๊ะเฮง) จำกัด กม.58 สายเอเซีย อ.ไชโย อ่างทอง

Previous Older Entries